PHP infoBoard v.4
thaitrip.org
 
เตาสำหรับกลั่นนั้น ปัจจุบันมีด้วยกัน 2 แบบ

[ ผู้ดูแล : x175 - 6 มิ.ย. 2008 - 14:19 ]

...เตาสำหรับกลั่นนั้น ปัจจุบันมีด้วยกัน 2 แบบ คือ เตาแบบโบราณและแบบสมัยใหม่ ซึ่งจะมีจุดเด่นและข้อด้อยต่างกันไป ดังนี้

                1. เตาแบบโบราณ  จะใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง ยากในการควบคุมความร้อนในการกลั่น และป้องกันการสูญเสียปริมาณน้ำมัน  สามารถเก็บน้ำมันได้ครั้งเดียวเมื่อสิ้นสุดการกลั่น  แต่ราคาน้ำมันหอมระเหยที่ได้จะมีราคาดี คือ อยู่ในราว 90,000 - 110,000 บาท ต่อน้ำมัน 375 ซีซี. ซึ่งจะแพงกว่าน้ำมันที่ได้จากเตาแบบสมัยใหม่ 1.1-1.2 เท่า  เนื่องจากน้ำมันที่ได้จะมีกลิ่นและคุณสมบัติเป็นที่ชื่นชอบของประเทศอาหรับ

                2. เตาแบบสมัยใหม่  จะใช้คอนเด็นเซอร์ (Condenser) ในการควบแน่นและใช้แก๊สหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการกลั่น  จะไม่มีการเปิดหม้อต้มกลั่น  เพื่อป้องกันการสูยเสียน้ำมันหอมระเหย  และสามารถเก็บน้ำมันหอมระเหยได้ 2-3 ครั้ง

             จากรายงานเรื่องปริมาณการกลั่นน้ำมันหอมระเหย  ที่ผลิตได้จากโรงงานสกัดน้ำมันกฤษณา พบว่า มีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 40,000 ซีซี ซึ่งมีประมาณลดน้อยลง อาจเป็นเพราะการขาดแคลนชิ้นไม้หอมที่ใช้เป็นวัตถุดิบ มีการนำชิ้นไม้บางส่วนที่ได้มาจากการทำบาดแผลบนต้นกฤษณาที่ปลูกขึ้น ซึ่งมีอายุ 8-10 ปี และทิ้งบาดแผลไว้ประมาณ 2 ปี มาสกัดน้ำมันหอมระเหยได้  โดยสรุปผลกำไรสุทธิจากการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจะอยู่ที่ 5,000-15,000 บาท ต่อน้ำมัน 375 ซีซี (หนึ่งขวดแบน)

          นอกจากการซื้อขายน้ำมันกฤษณาที่ได้จากการกลั่นแล้วนั้น  ยังมีการซื้อขายกากชิ้นไม้กฤษณาบด  ที่ผ่านกระบวนการกลั่นสกัดน้ำมันออกไปแล้ว  นำไปใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตธูปหอม  โดยจะมีราคาซื้อขายกิโลกรัมละ 10-20 บาท

 







 
  Admin ผู้โพส : x175
สถานะ : ผู้ดูแล

Reply : [ x175 ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
6 มิ.ย. 2008 - 14:19

Add?  Mail to surasit175@hotmail.com  Delete
 



  เพิ่มข้อความในหัวข้อรวม : เตาสำหรับกลั่นนั้น ปัจจุบันมีด้วยกัน 2 แบบ หัวข้อรวม